คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

ภาพรวมของการดำเนินงานที่ผ่านมา

บริษัทฯ และบริษัทย่อยดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โดยรายได้หลักของบริษัทในกลุ่มสมบูรณ์มาจากการขายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนรถยนต์ เช่น เพลาข้าง แหนบแผ่น จานเบรก ดุมเบรก เหล็กกันโคลง และเหล็กสปริงขด เป็นต้น โดยเป็นการ จำหน่ายให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ (Original – Equipment Manufacturer) ที่อยู่ในประเทศเป็นส่วนใหญ่

การวิเคราะห์กำไรขาดทุน

การวิเคราะห์รายได้

ในปี 2558 และ ปี 2557 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม เท่ากับ 8,817 ล้านบาท และ 8,179 ล้านบาท (ตามลำดับ) เพิ่มขึ้น 638 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8 โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ-สุทธิของปี 2558 เป็นเงิน เท่ากับ 8,644 ล้านบาท และ 8,084 ล้านบาท (ตามลำดับ) เพิ่มขึ้น 560 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการปรับราคาขายต่อหน่วยเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนชิ้นส่วนประกอบที่เพิ่มขึ้น แต่ในภาพรวมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ในประเทศปรับตัวลดลง จากปัจจัยลบทางด้านการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อภาพเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรถกระบะ ที่ถือเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ ที่มีปริมาณการผลิตรถยนต์ลดลงจากปีก่อน

การวิเคราะห์ต้นทุนและค่าใช้จ่าย

ต้นทุนขายและบริการ

ในปี 2558 และปี 2557 บริษัทฯ มีต้นทุนขายและบริการรวม เท่ากับ 7,392 ล้านบาท และ 6,667 ล้านบาท (ตามลำดับ) เพิ่มขึ้น 726 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 11 ซึ่งอัตราต้นทุนขายและบริการต่อยอดขายในปี 2558 เท่ากับ 86% สูงกว่าปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 3 จากต้นทุนคงที่สูงขึ้นในส่วนของค่าใช้จ่ายการเพิ่มสายการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และต้นทุน ผันแปรเพิ่มขึ้นจากชิ้นส่วนประกอบ ในขณะเดียวกันได้มีการควบคุมประสิทธิภาพในการผลิตสูงสุด เพื่อให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ในปัจจุบัน

ค่าใช้จ่ายจากการขายและบริหาร

บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในปี 2558 เท่ากับ 680 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 25 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 3 จากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารต่างๆ ได้แก่ ค่าขนส่งสินค้า และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและควบคุมกำลังพลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภาคอุตสาหกรรมรถยนต์

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ในปี 2558 บริษัทฯ มีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล 43 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 26 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 38 จากการบริหารกำไรจากการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมการลงทุนที่ได้รับเป็นหลัก

กำไรจากการดำเนินงาน

บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานโดยไม่รวมส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม ค่าใช้จ่ายทางการเงิน และ ภาษีเงินได้ ในปี 2558 จำนวน 744 ล้านบาท โดยลดลงจากปีก่อน 62 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 8 จากปริมาณการขายปรับลดลงในบาง ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มลูกค้าหลัก

กำไรสุทธิ

บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ เท่ากับ 642 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็นเงิน 8 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1 สาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายปรับลดลงในบางผลิตภัณฑ์ของกลุ่มลูกค้าหลัก

การวิเคราะห์ฐานะทางการเงิน

สินทรัพย์

เมื่อพิจารณาจากงบการเงินรวมของบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 และ 31 ธันวาคม 2557 เท่ากับ 9,634 ล้านบาท และ 9,814 ล้านบาท (ตามลำดับ) ลดลง 180 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของที่ดิน อาคารและ อุปกรณ์ ในการตัดจำหน่ายค่าเสื่อมราคาเป็นสำคัญ

ลูกหนี้การค้า

บริษัทฯ มียอดลูกหนี้การค้าสุทธิ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 เท่ากับ 1,311 ล้านบาท และเท่ากับ 1,296 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท จากปริมาณยอดขายช่วงปลายปีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยที่ 54 วัน เท่ากับปีก่อน

เงินลงทุน

เมื่อพิจารณางบการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทฯ มีเงินลงทุนสุทธิในบริษัทที่เกี่ยวข้องจำนวน 306 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนใน บริษัท ยามาดะ สมบูรณ์ จำกัด, บริษัท ซึชิโยชิ สมบูรณ์ โคเตท แซนด์ จำกัด, บริษัท นิชินโบะ สมบูรณ์ ออโตโมทีฟ จำกัด และบริษัท สมบูรณ์ โซมิค แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ซึ่งบริษัทฯ มีต้นทุนเงินลงทุนในบริษัทดังกล่าว เท่ากับ 73 ล้านบาท

ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์

ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 5,705 ล้านบาท และปี 2557 มีจำนวน 6,209 ล้านบาท ลดลง 505 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 8 ซึ่งเป็นผลจากการคิดค่าเสื่อมราคาในระหว่างงวด 845 ล้านบาท โดยบริษัทฯ และบริษัทย่อยได้ลงทุนเพิ่มรวม 381 ล้านบาท ในสายการผลิตเพลาข้าง สายการผลิตสปริงม้วน และสายการผลิตโรงหล่อ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรองรับความต้องการของลูกค้าในอนาคต รวมถึงสร้างโรงงานของบริษัทย่อยแห่งใหม่ สำหรับสายการ ผลิตขึ้นรูป สร้างศูนย์การเรียนรู้พัฒนาบุคลากรภายในกลุ่มบริษัท

หนี้สิน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทฯ มีหนี้สินรวม 4,103 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นหนี้สินระยะสั้น เท่ากับ 2,333 ล้านบาท และหนี้สินระยะยาว เท่ากับ 1,769 ล้านบาท ซึ่งตํ่ากว่าปีก่อน 494 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10 โดยหลักลดลงจากการจ่ายชำระ การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตของโรงงาน มีภาระหนี้สินจากเงินกู้ยืมธนาคารลดลง 669 ล้านบาท โดยในระหว่างปีมีการเบิกเงินกู้ 46 ล้านบาทและจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว 717 ล้านบาท เป็นสำคัญ

ส่วนของผู้ถือหุ้น

โครงสร้างเงินทุน

บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 เท่ากับ 5,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ซึ่งเท่ากับ 5,217 ล้านบาท เป็นเงิน 313 ล้านบาท เนื่องจากผลกำไรจากการดำเนินงานระหว่างงวด

บริษัทฯ มีการจัดสรรกำไรประจำปี 2558 เป็นเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานของปี 2558 ในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 255.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นการจ่ายจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทั้งจำนวน ทั้งนี้ได้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2558 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท เป็นจำนวนเงิน 85.0 ล้านบาท ดังนั้น ส่วนที่คงเหลือในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 170.0 ล้าน เงินปันผลดังกล่าวจะจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นในภายในเดือนพฤษภาคม 2559

บริษัทฯ มีการจัดสรรกำไรประจำปี 2557 เป็นเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานของปี 2557 ในอัตราหุ้นละ 0.60 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 255.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นการจ่ายจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทั้งจำนวน ทั้งนี้ได้มีการจ่ายเงินปันระหว่างกาลเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2557 ในอัตราหุ้นละ 0.22 บาท เป็นจำนวนเงิน 93.5 ล้านบาท ดังนั้น ส่วนที่คงเหลือในอัตราหุ้นละ 0.38 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 161.57 ล้าน เงินปันผลดังกล่าวได้จ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นในภายในเดือนพฤษภาคม 2558

ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทฯ มีโครงสร้างเงินทุนประกอบด้วยหนี้สินรวม 4,103 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 5,531 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นประมาณ 0.74 เท่า

การวิเคราะห์งบกระแสเงินสด

จากงบการเงินรวมสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 และ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดรับจากการดำเนินงานสุทธิ จำนวน 1,477 ล้านบาท และ 1,827 ล้านบาท (ตามลำดับ) กระแสเงินสดจ่ายจากกิจกรรมลงทุน 724 ล้านบาท และ 1,319 ล้านบาท (ตามลำดับ) ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทฯ และบริษัทย่อยได้ลงทุนเพิ่มสายการผลิตเพลาข้าง สายการผลิตสปริงม้วน และสายการผลิตโรงหล่อ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตรองรับความต้องการของลูกค้าในอนาคต รวมถึงการสร้างโรงงานของบริษัทย่อยแห่งใหม่ สำหรับสายการผลิตขึ้นรูป และการสร้างศูนย์การเรียนรู้พัฒนาบุคลากร และมีกระแสเงินสดจ่ายจากกิจกรรมจัดหาเงิน จำนวน 818 ล้านบาท และ 283 ล้านบาท (ตามลำดับ) เป็นผลมาจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวตามโครงการลงทุน 570 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลรวม 306 ล้านบาท

ปัจจัยและอิทธิพลหลักที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือฐานะการเงินในอนาคต

อุตสาหกรรมรถยนต์ในปี 2558 โดยสรุปตลาดรถยนต์โดยรวมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากผู้ซื้อชะลอการซื้อจากภาวะการเมืองและภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ ยอดขายรถยนต์ในประเทศมีจำนวน 0.7 ล้านคัน ในขณะที่ยอดผลิตรถยนต์เพื่อส่งออก มีจำนวน 1.2 ล้านคัน โดยประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตรถปิคอัพที่สำคัญในการส่งออกไปทั่วโลก ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความร่วมมือทางเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียน (AEC) จะเป็นแรงสนับสนุนให้ อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมมากขึ้น จากปัจจัยดังกล่าว ในปี 2559 บริษัทฯ ได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งปัจจัยภายในและภายนอก โดยการลงทุนในเทคโนโลยีและเครื่องจักรใหม่ มีแผนกลยุทธ์ขององค์กรในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มอาเซียนให้มากขึ้น การลงทุนวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่ม การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อการแข่งขันในด้านต้นทุนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทฯ มีการบริหารจัดการบุคลากรตามแนวทางการพัฒนายุทธศาสตร์ 3 สมบูรณ์ สร้างสมดุล ควบคู่ไปกับการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน